เปลี่ยนกากกาแฟจาก “ของเสีย” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร”นวัตกรรมเล็กๆ เพื่อสิ่งแวดล้อม
.
ในแต่ละวัน กาแฟหลายล้านแก้วถูกชงและถูกดื่มทั่วโลก สิ่งที่ตามมาคือ “กากกาแฟ” ปริมาณมหาศาลที่มักถูกทิ้งลงถังขยะ ทั้งที่จริงแล้วของเหลือทิ้งนี้ยังมีคุณค่าแฝงอยู่มาก โดยหนึ่งในแนวคิดที่น่าสนใจคือการนำกากกาแฟมาแปรรูปเป็น วัสดุดูดกลิ่นธรรมชาติ ซึ่งช่วยลดปริมาณขยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น แนวคิดการนำกากกาแฟมาทำเป็นวัสดุดูดกลิ่นและวัสดุรักษ์โลก ไม่ได้เป็นเพียงไอเดียเชิงทฤษฎี แต่มีโครงการจริงในหลายประเทศ ยกตัวอย่างที่ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ
.
บริษัท Bio-bean
(ไบโอบีน)เป็นบริษัทเอกชนที่พัฒนาระบบอุตสาหกรรมในการรีไซเคิลกากกาแฟเหลือทิ้งให้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ ขั้นสูง และเม็ดชีวมวล โรงงานขนาด 40,000 ตารางฟุตของบริษัทเปิดทำการในปี 2015 โดยมีกำลังการผลิต 50,000 ตันต่อปี ก่อตั้งขึ้นด้วยเป้าหมายชัดเจน คือเปลี่ยนกากกาแฟจาก “ของเสีย” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” ผ่านระบบจัดการระดับอุตสาหกรรม
.
Bio-bean รวบรวมกากกาแฟเหลือทิ้งจากร้านกาแฟ ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน และโรงงานกาแฟหลายร้อยแห่ง
แล้วนำเข้าสู่กระบวนการแปรรูปที่ออกแบบมาเฉพาะ นำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ น้ำมันชีวภาพ ถ่านชีวภาพ (Biochar) และวัสดุคาร์บอนธรรมชาติที่สามารถนำไปใช้เป็นวัสดุดูดกลิ่นหรือวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอื่นๆ ทำให้สามารถจัดการกากกาแฟในปริมาณมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ กากกาแฟจะถูกทำให้แห้ง ลดความชื้น และนำไปแปรรูปต่อโดยไม่ต้องพึ่งกระบวนการที่ใช้พลังงานสูงเกินจำเป็น สิ่งนี้ช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภาพรวม
.
โมเดลของ Bio-bean สะท้อนแนวคิด Circular Economy อย่างชัดเจน ตั้งแต่การรวบรวมของเสีย การแปรรูป การนำกลับมาใช้ใหม่ และการลดของเสียปลายทาง พร้อมกันนั้นยังช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งจากการฝังกลบและจากการใช้พลังงานแบบดั้งเดิม หากมองในเชิงโครงสร้าง โมเดลนี้สามารถสรุปเป็น 5 ขั้นตอน ได้แก่
-การรวบรวมกากกาแฟจากแหล่งกำเนิด
-การแปรรูปด้วยพลังงานต่ำ
-การสร้างผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม
-การนำผลิตภัณฑ์กลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ
-และการลดคาร์บอนในภาพรวม
ความสำเร็จของ Bio-bean จึงไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่คือการออกแบบระบบที่ทำให้ของเสียธรรมดากลายเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน